รีวิวสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวในจังหวัดมหาสารคาม


5 จุดเช็คอินฟินเมืองมหาสารคาม ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้


              ใครจะเชื่อว่า "มหาสารคาม" จังหวัดเมืองรองเล็กๆ ใจกลางแผ่นดินอีสาน จะมีที่เที่ยวที่น่าสนใจ  มากมาย
และหลายที่เชื่อว่ายังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก กับ 5 จุดเช็คอินสารคาม ที่มาสารคามเมื่อไหร่อยากให้   " แว๊ะ"  รออะไรไปกันเลยยยยย 


1วัดพุทธมงคลหลวงพ่อพระยืน มหาสารคาม



ที่ตั้ง : อำเภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม            
• พระพุทธรูปยืนมงคล
      เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีสร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง เหมือนพระพุทธรูปมิ่งเมือง พระพุทธรูปทั้งสององค์นี้สร้างขึ้นในเวลาเดียวกันคือ เมื่ออำเภอกันทรวิชัยฝนแล้ง ผู้ชายสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง ผู้หญิงสร้างพระพุทธรูปยืนมงคล เสร็จพร้อมกันแล้วทำการฉลองยางมโหฬาร ปรากฏว่าตั้งแต่ได้สร้างพระพุทธรูปทั้งสองค์แล้วฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องที่นี้เป็นอันมากพระพุทธรูปยืนมงคล
      พระพุทธรูปยืนมงคลตั้งอยู่ที่ วัดพุทธมงคล ตำบลคันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคามห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๔ กิโลเมตร

วัดพุทธมงคล
       อยู่ที่บ้านสระ ตำบลคันธารราษฎร์ อำเภอกันทรวิชัย เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคล พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอกันทรวิชัย เป็นพระพุทธรูปหินทราย ศิลปทวาราวดี สูงประมาณ ๔ เมตร เดิมอยู่ในสภาพชำรุด ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ได้ทำการต่อเติมให้สมบูรณ์ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุสำคัญของชาติ เมื่อ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ ปัจจุบันพระพุทธมงคลได้ประดิษฐานอยู่ที่ลานโพธิของวัด รอบลานโพธิมีใบเสมาหินสมัยทวาราวดีปักล้อมอยู่สองชั้นทั้งแปดทิศ ลักษณะใบเสมาเป็นแผ่นเรียบแบน และแบบแท่งเหลี่ยม
วันเวลาเปิด - ปิด :  - 
ค่าเข้าชม :  - 
ไฮไลท์ :  เชื่อกันว่า "หลวงพ่อพระยืน" มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้คนมักมากราบไหว้สักการะเชื่อกันว่าไม่ว่าจะกราบไหว้ขอพร หรือบนบานศาลกล่าวใดใด ก็จะได้สมใจนึกทุกประการ




2. พระธาตุนาดูน มหาสารคาม






ที่ตั้ง : อำเภอนาดูน จังหวัด มหาสารคาม

• พระธาตุนาดูน  

      พุทธมณฑลแห่งอีสาน ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน เขตอำเภอนาดูน เป็นเขตที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน โบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น และที่สำคัญยิ่งก็คือการขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13-15 สมัยทวาราวดี รัฐบาลจึงอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุนาดูนขึ้นในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา
      การเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคาม โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2045 ถึงอำเภอนาดูน ทางลาดยางตลอด ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร
วันเวลาเปิด - ปิด :  6.00 น. - 18.00 น
ค่าเข้าชม :  - 
ไฮไลท์ : ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (มาฆบูชา) จะมีการการจัดงานนมัสการพระธาตุนาดูน มีการเวียนเทียน แห่ผ้าคลุมพระธาตุ และกิจกรรมรื่นเริงอื่นๆ ซึ่งมีความยิ่งใหญ่และสวยงามมาก




3. สะพานไม้แกดำ มหาสารคาม






ที่ตั้ง : อำเภอแกดำ จังหวัด มหาสารคาม

• สะพานไม้แกดำ

       สะพานไม้ ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ทอดจากชายฝั่งหนองแกดำด้านวัดดาวดึงษ์แกดำ ไปยังหมู่บ้านหัวขัว คำว่า ขัว ภาษาอีสาน แปลว่า สะพาน บ้านหัวขัว คือบ้านหัวสะพาน ชื่อหมู่บ้านที่ตั้งมานี้น่าจะเป็นไปได้ว่า สะพานและหมู่บ้านสร้างขึ้นมาพร้อมๆ กันก็เป็นได้ สอบถามชาวบ้านที่หาปลาอยู่ในหนองแกดำ แกเล่าว่า เกิดมาก็เห็นสะพานอยู่แบบนี้มานานแล้ว คนแก่คนเฒ่าที่รู้จักในหมู่บ้านอายุ 80 กว่าปี ก็บอกว่าเกิดมาก็เห็นสะพานอยู่อย่างนี้แล้วเหมือนกัน แต่ถ้าถามถึงคนผู้สร้างสะพานล้วนล้มหายตายจากไปหมดแล้ว จึงประมาณอายุของสะพานได้น่าจะ 100 ปี สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการไปมาหาสู่กันระหว่างคน 2 ฟากฝั่งหนอง

      หนองแกดำ หรือหนองน้ำอื่นๆ ในภาคอีสาน มีสภาพกว้างใหญ่ ลึกบ้างตื้นบ้างเป็นช่วงๆ เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเกษตรที่สำคัญ และเป็นแหล่งในการหาปลาเพื่อเป็นอาหารและนำไปขาย สะพานไม้ที่สร้างขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ ปักเสาลงไปในโคลนใต้น้ำจนถึงชั้นดิน ปูด้วยแผ่นไม้ที่พอจะหามาได้ คงจะแข็งแรงมั่นคงได้แค่ชั่วระยะเวลาไม่นาน ตอนนี้ถ้าลองไปเดินบนสะพานจะรู้สึกว่ามันโยกเยกเอาการน่าหวาดเสียว แต่ชาวบ้านก็ใช้สะพานนี้อยู่เป็นประจำ มีการซ่อมแซมบ้างเป็นครั้งคราวตามสภาพ เคยมีโครงการรื้อถอนเพื่อสร้างสะพานคอนกรีตจากทางจังหวัด เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรที่แข็งแรง และวางท่อประปาไปตามแนวสะพาน แต่ชาวบ้านอยากให้อนุรักษ์สะพานนี้ไว้ตามเดิม ตอนนี้มีคนรู้จักสะพานนี้กันมากขึ้นกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของมหาสารคาม ก็คงจะต้องคงสภาพสะพานไม้นี้ไว้ต่อไป
วันเวลาเปิด - ปิด :  -
ค่าเข้าชม :  - 
ไฮไลท์ : มุมถ่ายรูปท่ามกลางธรรมชาติสวยของหนองน้ำ ทุ่งดอกบัว ที่สวยงามทั้งในยามเช้าที่น้ำค้างพร่างพราวบนยอดหญ้า หรือ ยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า จะสร้างความประทับใจไม่ต่างกัน



4. วัดหนองหูลิง มหาสารคาม






ที่ตั้ง อำเภอแกดำ จังหวัด มหาสารคาม

• วัดหนองหูลิง
      วัดหนองหูลิง ตั้งอยู่ ต.มิตรภาพ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม เป็นวัดที่มีความงดงาม โดยเฉพาะพระอุโบสถทรงเรืออนันตนาคราช หรือที่เรียกติดปากกันว่าวัดเรือ โบสถ์รูปเรือนี้หมายถึงเรือบุญ เมื่อจะเข้าโบสถ์ต้องลอดใต้พระราหุลเพื่อให้พระราหุลกลืนกินสิ่งไม่ดีในตัวเรา ประตูที่เล็กและต่ำจะทำให้เราต้องรู้จักนอบน้อมถ่อมตน และเมื่อเงยหน้าขึ้นก็จะเห็นพระประธานปรางค์ประถมเทศนาศิลปะแบบทวารวดีอยู่ตรงหน้าพอดี เดินรอบโบสถ์เพื่อเรียนรู้ปริศนาธรรมที่ซ้อนไว้ในมุมต่างๆของโบสถ์เต็มไปหมด นี้เป็นผลงานการออกแบบของท่านเจ้าอาวาส คือท่านพระครูบวรธรรมปคุณ และก่อสร้างโดยช่างชาวบ้านในชุมชน แต่หากได้ผลงานศิลปะที่สวยงามลงตัวทรงคุณค่า เปรียบดั่งเรือโนอาห์แห่งพระพุทธศาสนา เพียงมิได้สร้างไว้เพื่อบรรจุสิงสาราสัตว์ หากแต่สร้างไว้บรรจุบุญและความดี
      การเดินไปที่วัดนี้ให้เดินทางโดยใช้เส้นทางสายร้อยเอ็ด ออกจากสารคามราว 10 กิโลเมตร จะถึงบ้านเขวามองหาป้ายวัดหนองหูลิงแล้วเลี้ยวขวา เดินทางไปเรื่อยจนถึงบ้านหนองหูลิง 
วันเวลาเปิด - ปิด :  8.00 น. - 18.00 น
ค่าเข้าชม :  - 
ไฮไลท์ : อุโบสถทรงเรือ "อนันตนาคราช" แห่งแรกในประเทศที่นอกจากจะมีรูปร่างสวยงามแปลกตาแล้วทุกส่วนของอุโบสถจะแฝงไว้ด้วยปริศนาธรรมอีกด้วย




5. บึงกุย มหาสารคาม






ที่ตั้ง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัด มหาสารคาม 

• บึงกุย 

      บึงกุย (สะดืออีสาน) เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ ตำบลหัวขวาง ตำบลแก้งแก และตำบลเหล่า อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม และเป็นสะดืออีสาน มีสิ่งก่อสร้างที่มีสัญลักษณ์ของสะดืออีสาน มีพื้นที่ 2,750 ไร่ จุน้ำได้ 4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร "บึงกุย" หมายความว่า หนองน้ำที่มีกลิ่นเหม็นคาวปลา เนื่องจากมีปลาและสัตว์อาศัยอยู่หนาแน่มาก เกิดกลิ่นเหม็นคาว เลยทำให้น้ำเน่าเหม็น จึงเรียก "บึงกุย" ซึ่งบ่งบอกถึงความอุดมสมบรูณ์ ชาวบ้านในเขตอำเภอโกสุมพิสัยและอำเภอใกล้เคียงได้อาศัยบึงกุยเป็นแหล่งทำมาหากิน โดยเฉพาะการประมง มีการจับปลาจากบึงกุยมาขาย แลกเปลี่ยนเป็นอาชีพหลักและอาชีพรอง ถือเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนโดยรอบ

      เดินทางจากอำเภอเมืองมหาสารคาม ใช้เส้นทางมหาสารคาม - โกสุมพิสัย สามารถเดินทางมาโดย 1.รถยนต์ส่วนตัว 2.รถโดยสารปรับอากาศประจำทาง สายขอนแก่น - มหาสารคาม 

วันเวลาเปิด - ปิด :  7.00 น. - 19.00 น
ค่าเข้าชม :  - 
ไฮไลท์ : ช่วงต้นปีจะได้พบกับทุ่งทานตะวันขนาดใหญ่ ทุ่งคอสมอส และ ทุ่งปอเทือง ที่จะพากันแข่งกันออกดอกบานสะพรั่ง สวยงามสุดๆ

Comments

Popular posts from this blog

รีวิวหอพักรอบ ๆ มมส

รีวิวร้านอาหารรอบ ๆ มมส.

กิจกรรมในช่วงปีที่ 1-4